บทที่ 7 Chapter 6

ธีรัชหอมแก้มหญิงสาวอย่างแผ่วเบาก่อนจะอุ้มเธอขึ้นไปนอนบนเตียง ดาริกาไม่ขัดขืนใดๆเพราะเธอรักเขาและเขาจะเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอจะยอมพลีกายให้ ชายหนุ่มพรหมจูบทั่วใบหน้าลากไล้ลงมาช่วงลำคอ มือหนาซุกซนตามตัว

"พี่รักน้องดานะ"

เขาเอ่ยออกมาเสียงหวานก่อนจะค่อยๆปลดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นอย่างเบามือ หญิงสาวร้องครางออกมาเสียงกระเส่ามือเล็กจิกลงบนไหล่กว้าง เคลิ้มไปกับสัมผัสที่แปลกใหม่จากชายหนุ่มที่มอบให้

"อื้อ พี่ธี"

"น้องดาของพี่ธี สวยที่สุดเลยรู้มั้ย"

เขาซุกไซ้ตามตัวก่อนจะขยับเข้าไปแนบชิดหญิงสาวมากขึ้น ชายหนุ่มยังความเป็นชายที่มันพองโตเต็มที่ค่อยๆสอดใส่เข้าไปหยอกล้อกับร่องสาวอันบริสุทธิ์

"จะ...เจ็บ อ๊ะ"

"นิดเดียวค่ะเดี๋ยวมันจะหายเจ็บเอง"

เขาเอ่ยออกมาพร้อมกับร้องซี๊ดเมื่อร่องสาวตอดรัดความเป็นชายบีบแน่นจนเขาแทบจะแตกเสียให้ได้ หญิงสาวกำมือแน่นกำลังอยู่ในช่วงปรับตัวให้เข้ากับจังหวะของชายคนรัก ความเป็นชายเข้าออกอย่างชักช้าไม่เร่งรีบก่อนจะเริ่มเข้าจังหวะถึงได้ขยับให้เร็วขึ้น

หญิงสาวในตอนนี้เคลือบเคลิ้มไปกับสัมผัสอันอ่อนหวานที่ชายหนุ่มมอบให้ ทั้งสองคนเร้าร้อนกันอย่างดุเดือดบนเตียงนอนนานเป็นชั่วโมงก่อนจะหยุดพักให้หญิงสาวได้พอหายใจหายคอ

"แฮ่กๆ"

ดาริกาหายใจเข้าออกนอนคว่ำหน้าอย่างเหน็ดเหนื่อย ไม่เคยต้องใช้แรงเยอะมากขนาดนี้มาก่อน แค่รอบเดียวก็เล่นเอาเธอแทบแย่แล้ว

"ไหวมั้ยเนี่ยคนเก่ง"

ชายหนุ่มขึ้นไปคร่อมทับบนตัวของหญิงสาวจากทางด้านหลัง เธอเหลือบสายตามองชายหนุ่มเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ

"ไหวค่ะแต่ว่าตอนนี้หิวน้ำคอแห้งหมดแล้ว"

"ก็ร้องเยอะเองนี่"

"พี่ธี! พูดอะไรเนี่ยคนบ้า"

หญิงสาวทุบตีชายหนุ่มอย่างเขินอาย ทั้งสองคนมองสบตากันก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ชีวิตคนเราก็ต้องการแค่นี้แหละ แค่มีกันและกันอยู่ตรงนี้ก็ดีที่สุดแล้ว

'แต่ยังไงเขาก็ต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไปว่าสามารถเติบโตขึ้นได้ด้วยความสามารถของตัวเอง และเขามั่นใจว่าต้องทำได้ เพื่อน้องดาเขาสู้ขาดใจ'

วันต่อมา...

ดาริกาตักข้าวให้คุณแม่ของธีรัช ถึงแม้ว่าเธอจะไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้มาก แต่เธอทำอาหารเป็นนะอร่อยมากเลยด้วย แล้วก็ดูแลคุณแม่ของเขาได้ในเวลาที่เขาทำงานจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าห่วงหลัง

"คุณแม่ลองทานผัดผักของน้องดานะคะ อันนี้ทำแบบเพื่อสุขภาพสุดๆเลย"

เธอนั่งลงข้างท่านก่อนจะตักนั้นตักนี่ให้อย่างเอาใจ ธีระที่เดินตามมาเห็นทั้งสองคนดูเข้ากันได้ดีมากก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ดาริกาเป็นผู้หญิงที่จิตใจอ่อนโยนมากใครอยู่ใกล้ก็รู้สึกสบายใจไม่ทุกข์ใจ ยิ่งคุณแม่ของเขาป่วยต้องการพลังบวกพออยู่กับดาริกาท่านดูสดใสมีความสุขมาก

"อร่อยมากเลยลูก ขอบคุณมากนะที่ดีกับแม่ขนาดนี้"

"ต่อจากนี้ไปคุณแม่ต้องการอะไรบอกน้องดานะคะ แล้วน้องดาจะดูแลคุณแม่แทนพี่ธีเอง"

คุยอะไรกันอยู่ครับสองสาว"

เขาเดินมาลูบผมหญิงสาวก่อนจะจุ๊บศีรษะอย่างแผ่วเบา คนเป็นแม่อมยิ้มอย่างอารมณ์ดีที่เด็กทั้งสองคนเข้าใจกันได้สักที หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจกันมานาน

"กำลังให้คุณแม่ชิมผัดผักของน้องดาค่ะ"

"น้องดาทำอาหารอร่อยอยู่แล้ว คุณแม่ก็เคยกินบ่อยนี่นา"

"วันนี้น้องทำเพื่อสุขภาพนะ อาจจะไม่ถูกปากเราสักเท่าไหร่แต่ว่าสำหรับแม่อร่อยมากเลย"

"งั้นกินเยอะๆนะคะ"

เธอยิ้มกว้างออกมาก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มที่ตอนนี้เท้าคางมองเธอด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม

"พี่ธีก็ทานเยอะๆนะคะ"

"ค่ะ หนูก็ทานทานด้วยนะเดี๋ยวไปบริษัทด้วยกัน"

ทั้งสองคนมองสบตากันก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ แค่ทุดวันนี้ตื่นมาเจอหน้ากัน ทานข้าวด้วยกันแค่นี้เธอก็มีความสุขมากแล้ว...

เวลาต่อมาทั้งสองคนก็เดินทางมาถึงที่บริษัท ธีรัชกุมมือหญิงสาวเอาไว้ก่อนจะพากันเดินเข้าไปยังชั้นผู้บริหาร ตอนนี้คุณณเรศและดัชกรกำลังนั่งคุยกันอยู่ เจอลูกสาวกับธีรัชเดินเข้ามาพอดีก็เอ่ยทักทาย

"เมื่อวานลูกสาวพ่อต้องบินไปอังกฤษไม่ใช่เหรอ ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะ"

เขาทำเหมือนแปลกใจไม่รู้อะไรทั้งที่เมื่อวานเขารู้จากลูกน้องหมดแล้ว ดาริกาเดินเข้าไปหาคุณพ่อก่อนจะกอดท่านอย่างออดอ้อน

"น้องดาไม่ไปแล้วค่ะ"

"ไหนบอกว่าไม่ตื้อแล้วไงทำไมถึงมาด้วยกันได้อีก เค้าไปง้อนิดหน่อยก็ใจอ่อนแล้วสินะ"

"ก็พี่ธีไปง้อน้องดาถึงสนามบินไม่ให้ใจอ่อนได้ยังไงคะ ใช่มั้ยคะพี่ธี"

เขาอมยิ้มไม่พูดอะไรเพราะเขาคิดว่าทั้งสองคนรู้อยู่แล้วแต่แกล้งถามไปอย่างนั้น เมื่อวานเราคุยกันอย่างดีแต่มันยังไม่ชัดเจนจึงมาคุยต่อวันนี้

"ผมมาที่นี่เพื่อมาคุยกับท่านประธาน เรื่องของผมกับลูกสาวท่าน ผมรักน้องดาครับรักมานานแล้ว ผมขอโอกาสได้ดูแลน้องดาจากนี้ไป และผมพร้อมพิสูจน์ตัวเองว่าคู่ควรที่จะได้รักกับลูกสาวของท่าน"

เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจังมาก ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันก่อนจะยิ้มมุมปากออกมา

"แล้วนายคิดว่าตัวเองมีอะไรคู่ควรกับน้องสาวฉันเหรอ ไม่ได้ดูถูกนะแต่อยากจะรู้ว่านายจะทำยังไงก็เท่านั้น"

ดัชกรเอ่ยถามอย่างใครรู้ อย่างน้อยเขาต้องวางแผนอนาคตไว้แล้วจะทำอะไรต่อไป ถ้าต้องเป็นลูกจ้างไปจนตาย ชาตินี้คงไม่มีทางที่จะเลี้ยงดูน้องสาวของเขาได้

"ตอนนี้ผมผลิตรถพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับผู้พิการส่งเข้าประกวดระดับประเทศ ตอนนี้ติดห้าอันดับสุดท้ายมีโอกาสลุ้นรางวัลชนะเลิศด้วยเพราะมีคนสนใจเยอะมาก ถ้าผมชนะจะได้เงินรางวัลมาห้าล้านบาท ถึงตอนนั้นผมว่าจะเปิดศูนย์บริการซ่อมรถนำเข้าพวกอะไหล่หายากมือสอง ของแต่งรถต่างๆ แต่ถ้าไม่ชนะผมก็จะลองกู้แบงค์มาลงทุนแต่ทุนอาจจะน้อยกว่าที่คาดไว้ คือผมอยากทำธุรกิจของตัวเองครับมันเติบโตเร็ว และจะออกแบบผลิตภัณฑ์ขายด้วย"

ท่านณเรศนั่งฟังเขาอย่างตั้งใจ ก็ถือว่ามีเป้าหมายในชีวิตนะและถ้าเขาทำได้ก็จะเติบโตขึ้นมาอีกขั้น แต่เงินแค่ห้าล้านจะไปทำอะไรได้ล่ะ

"ก็ถือว่ามีเป้าหมายที่ดีนะ แต่เงินห้าล้านไม่พอหรอก"

"ผมไม่ได้จะทำใหญ่โตอะไรครับ ค่อยเป็นค่อยไปไม่เร่งรีบ แต่ผมจะพยายามทำให้จากห้าล้านกลายเป็นสิบล้าน ยี่สิบล้าน ร้อยล้าน ผมมั่นใจครับว่าผมทำได้"

เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังมาก เขาเชื่อในความสามารถของตัวเองที่ได้เปรียบกว่าคนอื่น เขาไม่เคยมีความคิดที่จะอยากร่ำรวยเป็นเศรษฐี แต่พอได้รักกับน้องดาเธอทำให้เขามีความฝันอยากมีทุกอย่างเพื่อเธอ

"โอเคพ่อเอาใจช่วย ทำให้สำเร็จนะ"

"พี่ก็เอาใจช่วยนะไอ้น้องชาย นายต้องเอาชนะคำดูถูกของคนอื่นให้ได้"

ท่านณเรศและดัชกรเอ่ยออกมาด้วยความจริงใจ ดาริกายกนิ้วโป้งให้ชายหนุ่มก่อนจะยิ้มออกมาจนตาหยี ธีรัชได้ยินท่านประธานและท่านรองเรียกแทนตัวเองว่าพ่อกับพี่ก็ทำให้เขายิ้มได้มีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป เขาจะไม่พึ่งพาเงินของพวกท่านเด็ดขาดจะพยายามหามาด้วยตัวเอง

"ขอบคุณนะครับ ผมจะไม่ทำให้คุณพ่อกับพี่ดัชผิดหวัง"

"พ่อเอาใจช่วยนะ ว่าแต่ลูกสาวไม่กลับบ้านเมื่อคืนไปนอนที่ไหน"

"พ่อไม่น่าถามอ่ะ ขนาดนี้ละนอนด้วยกันแล้วล่ะมั่ง"

เขากระซิบคุณพ่อเสียงเบา ดาริกาที่ได้ยินก็หน้าแดงก่ำตีไหล่พี่ชายหลายทีอย่างหมั่นไส้

"พี่ดัชแซวน้องดาทำไม"

"เอาล่ะๆ พ่อไม่ได้หัวโบราณขนาดนั้น แต่ว่าทั้งสองคนต้องรู้ขอบเขตว่าควรวางตัวยังไง พ่อจะรอวันที่ธีรัชมีพร้อมแล้วมาขอลูกสาวพ่อแต่งงานนะ"

ธีรัชยกมือไหว้ขอบคุณท่านมากที่มีความเอ็นดูและมอบโอกาสที่ใครหลายคนไม่เคยได้

"ขอบคุณมากนะครับ ผมไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีโอกาสดีๆแบบนี้ เมื่อผมประสบความสำเร็จตามที่หวังผมจะพาแม่คุยเรื่องแต่งงานครับ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป